เทศบาลเมืองนราธิวาส

กฎหมายและระเบียบ

e-GP

Login Form

ลิงค์ที่น่าสนใจ

องค์พระพิฆเนศ

 เป็นประติมากรรมปูนปั้นขนาดหน้าตักกว้าง 7 เมตร สูง 16 เมตร 4 กร ลักษณะเทวรูปประทับนั่ง สวมศิลาภรณ์หรือมงกุฎ ประดับโมเสดแก้วหลากสี งวงเยื้องไปทางขวาและกลับเวียนมาทางซ้ายขององค์ มีงูแผ่พังพานอยู่ใต้พระถันด้านซ้ายประดับด้วยหินสีธรรมชาติ พระหัตถ์ซ้ายล่างถือชามขนมโมทกะ รูปแบบพัสตราภรณ์ใช้ลักษณะนุ่งแบบอินเดีย รูปแบบถนิมพิมพาภรณ์ใช้แบบไทย นอกจากนี้ภายในเทวสถานยังมีหนุมานและวิหารไสบาบาประชาชนในพื้นที่เลื่อมใสศรัทธา ได้มีสิ่งยึดเหนี่ยวใจ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต

องค์พ่อจตุคามรามเทพและศาลหลักเมืองนราธิวาส

 เป็นวิหารแห่งแรกที่ตั้งอยู่นอกเขตวัด และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย สร้างด้วยงบประมาณ 100 ล้านบาท บนเนื้อที่ 10 ไร่ 2 งาน 20 ตารางวา ถนนนรสุขอนุสรณ์ ในเขตเมืองนราธิวาส โดยมูลนิธิองค์พ่อจตุคามรามเทพและศาลหลักเมืองนราธิวาส และผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธาจากทั่วประเทศ ได้ร่วมกันจัดสร้างวิหารฯ แบบศิลปะสมัยศรีวิชัย เพื่อเป็นสถานที่กราบไหว้บูชา ยึดเหนี่ยวจิตใจของประชาชนชาวนราธิวาสและผู้มาเยี่ยมเยือน ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐานองค์พ่อจตุคามรามเทพองค์ใหญ่ 4 องค์ และในบริเวณเดียวกันอยู่ระหว่างดำเนินการจัดสร้างศาลหลักเมืองนราธิวาส (ข้อมูลจาก http://www.me-fi.com)

มัสยิดกลางประจำจังหวัดนราธิวาส

  < !-- JoomlaWorks "Simple Image Gallery" Plugin (v4.1.0) starts here -->

< !-- JoomlaWorks "Simple Image Gallery" Plugin (v4.1.0) ends here -->      

          มัสยิดกลางประจำจังหวัดนราธิวาส ตั้งอยู่บริเวณหัวถนนพิชัยบำรุง เชิงสะพานปรีดา ใกล้กับหาดนราทัศน์ อำเภอนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส ก่อตั้งเพื่อเป็นสถานที่ที่ชาวมุสลิมในจังหวัดนราธิวาสซึ่งมีจำนวนมากได้ไปรวมกันทำละหมาด

          โดยเดิมที่มัสยิดกลางนราธิวาสตั้งที่ถนนพิชิตบำรุง ตำบลบางนาค อำเภอเมืองนราธิวาส ห่างจากศาลากลางจังหวัดนราธิวาสประมาณ 2 กิโลเมตร ทำการสร้างเมื่อ พ.ศ.2424 สร้างด้วยเงินงบประมาณที่รัฐบาลได้จัดสรรและรวมกับเงินศรัทธาของประชาชนซึ่งรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 21 ล้าน 3 แสนบาท แต่เนื่องจากสถานที่เมื่อสร้างเสร็จมีความคับแคบจึงได้มีการซื้อที่ดินและสร้างในที่ดินใหม่ตรงหัวถนนพิชิตบำรุง เชิงสะพานปรีดาใกล้กับหาดนราทัศน์ เนื้อที่ 10 ไร่ 2 งาน 35 ตารางวา ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 22,621,113.75 บาท

          ความสำคัญต่อชุมชน..มัสยิดเป็นสถานที่ทำละหมาด 5 เวลา ของอิสลามมิกชน โดยเฉพาะวันศุกร์มุสลิมต้องไปละหมาดที่มัสยิด การไปละหมาดที่มัสยิดนอกจากจะมีโอกาสได้พบปะสังสรรค์กันแล้ว ยังจะได้รับความรู้ทั้งทางโลกและทางธรรมอีกด้วย

          มัสยิดเป็นที่มุสลิมใช้เป็นที่นั่งสำรวมจิตใจและทำความสงบทางใจ ซึ่งจะทำให้จิตสงบ บริสุทธิ์และเข้มแข็ง กล้าเผชิญกับชีวิตทุก ๆ ด้าน ด้วยความรอบคอบ เป็นช่วงของเวลาที่จะยึดมั่นในคำสอนของศาสดา นอกจากนี้มัสยิดยังเป็นศูนย์กลางแห่งความสามัคคีของมุสลิม เป็นศูนย์กลางแห่งการศึกษาอบรมในด้านวิชาการต่าง ๆ ทั้งทางศาสนาและทางโลกลักษณะทางสถาปัตยกรรมลักษณะเป็นอาคารตึก 3 ชั้น เป็นรูปสี่เหลี่ยม หลังคาทำเป็นรูปโดมโดมเดีย

          ลักษณะของโดมคล้ายผลฟักทอง มีหอคอยสูงเรียกว่า มินารแปลว่า สถานที่ดูเพลิง ซึ่งจำลองมาจากกระโจมไฟหน้าเมืองอเล็กซานเดียในอียิปต์ ซึ่งต่อมาหอคอยนี้กลายเป็นที่สำหรับมุอัซซินตะโกนบอกให้มุสลิมละหมาด ลักษณะภายในเป็นห้องโถงสำหรับทำละหมาด 2 ชั้น ปูด้วยพรมสีฟ้าอ่อน มีการเขียนอักษรอาหรับเป็นลวดลายกลมเป็นวงแทนปูชนียวัตถุ ชั้นล่างเป็นห้องประชุม เส้นทางเข้าสู่มัสยิดกลางนราธิวาสจากศาลากลางจังหวัดนราธิวาส 2 กิโลเมตร เข้าสู่มัสยิดกลางนราธิวาส ถนนพิชัยบำรุง ตรงบริเวณหัวมุมถนนจะเป็นที่ตั้งมัสยิด

         

เขื่อนท่าพระยาสาย

< !-- JoomlaWorks "Simple Image Gallery" Plugin (v4.1.0) starts here -->

< !-- JoomlaWorks "Simple Image Gallery" Plugin (v4.1.0) ends here -->

          ท่าพระยาสาย เป็นสันเขื่อนมีความยาว ประมาณ ๖๐๐ เมตร ตั้งอยู่ริมแม่นำ้บางนราอยู่ตรงข้ามโรงเรียนเทศบาล ๑ (ถนนภูผาภักดี) มีบรรยากาศที่สวยงาม และเป็นที่ตั้งของพลับพลาที่ประทับ มีการก่อสร้างและตกแต่งอย่างสวยงาม ลักษณะเป็นอาคารชั้นเดียว บริเวณรอบๆเป็นลานคอนกรีต ลักษณะเป็นขั้นบันไดสำหรับนั่งชมทิวทัศน์ของตัวเมืองนราธิวาส และความสวยงามของแม่น้ำบางนราสลับด้วยแนวทิวสนและภูเขาตันหยง ที่ผ่านมาได้มีการขุดดินขึ้นมาถมป่าชายเลนไปจนถึงบาเละฮิเล ถ้ามองไปยังฝั่งตรงข้าม จะเห็นเขาตันหยงเด่นสง่ารับกับท้องน้ำแม่น้ำบางนรา เนื่องจากในอดีตท่าเทียบเรือพระยาสายเคยเป็นที่รับเสด็จ - ส่งเสด็จ พระยาสายบุรี ชาวบางนราจึงเรียกท่าเรือนี้ว่า "กาแลรายอสาย" หรือ ท่าพระยาสายภายหลังบริเวณท่าพระยาสายถูกนำ้กัดเซาะตลิ่งพังเสียหาย นายผัน จันทรปาน ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสในขณะนั้น ได้ขอรับสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างเขื่อนกั้นดินพังจากกรมโยธาธิการในวงเงิน 24 ล้านบาท โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2534 และก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2536 หลังจากก่อสร้างแล้วเสร็จ เขื่อนท่าพระยาสายก็เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจและออกกำลังกายยามเช้าของชาวเมืองนราธิวาส ที่สำคัญ ยังเป็นจุดชมการแข่งขันเรือกอและและเรือยาวประจำปีในงานของดีเมืองนราช่วงเดือนกันยายนของทุกปีคือบริเวณแนวป่าชายเลนริมฝั่งแม่นำ้บางนราที่ทอดยาวไปถึงปากน้ำบางนรา

        

หาดนราทัศน์

< !-- JoomlaWorks "Simple Image Gallery" Plugin (v4.1.0) starts here -->

< !-- JoomlaWorks "Simple Image Gallery" Plugin (v4.1.0) ends here -->

          หาดนราทัศน์ตั้งอยู่ห่างจากเทศบาลเมืองนราธิวาส ประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นชายหาดมีความยาว ประมาณ ๔๕ กิโลเมตร สภาพเป็นหาดทรายสีขาวเป็นแนวยาว บริเวณชายหาดจะมีบรรยากาศที่ร่มรื่นสวยงามสดชื่น สลับไปกับทิวสนที่เรียงรายทั่วทั้งพื้นที่ของบริเวณชายหาด มีการคมนาคมและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจที่สะดวกสบาย มีร้านค้า ร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว เทศบาลเมืองนราธิวาส มีโครงการที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบเพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดและภาคใต้ตอนล่าง